ในวันที่ทั่วโลกร่วมกันตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 เพื่อหยุดยั้งภาวะโลกรวน ไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นเกิน 1.5-2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง
หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐหรือเอกชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มอุตสาหกรรม บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า ภาคพลังงาน ภาคการขนส่ง ฯลฯ จึงต้องเร่งมีมาตรการต่างๆ เพื่อไปให้ถึงตามเป้าหมาย
แต่ใครล่ะ ที่จะคอยติดตามดูว่าสิ่งที่ต้องทำ สิ่งที่สัญญาว่าจะทำ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย Net Zero นั้นมีความคืบหน้าอย่างไร ภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหลาย ได้ทำอะไร แค่ไหนบ้าง
ชวนมาดู 7 แพลตฟอร์มจากทั่วโลก ที่ช่วยทำให้การติดตามและตรวจสอบความก้าวหน้าเรื่องนี้ในหลากหลายภาคส่วนและหลากหลายมิติ เพื่อทำให้เห็นว่าเรากำลังเข้าใกล้เป้าหมาย Net Zero มากแค่ไหน และยังมีอะไรที่ต้องทำอีกบ้าง
Climate Action 100+

Climate Action 100+ เปิดตัวในเดือนธันวาคม ปี 2017 เกิดขึ้นจากความร่วมมือของเครือข่ายนักลงทุนจากทั่วโลกมากกว่า 600 ราย ภายใต้การสนับสนุนของคณะกรรมการกำกับดูแลระดับโลก (Global Steering Committee) โดยมีเป้าหมายในการผลักดันให้บริษัทที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ของโลกดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อบรรเทาความเสี่ยงทางการเงินและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาวให้สูงสุด
ความน่าสนใจของ Climate Action 100+ อยู่ที่การรวมเอา 100 บริษัทที่เรียกว่าเป็น ‘systemically important emitters’ หรือกลุ่มที่รับผิดชอบในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมแต่ละปีมากถึง 2 ใน 3 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกทั้งหมด มาอยู่ในการประเมินด้วย
โดยเกณฑ์การประเมินของ Climate Action 100+ ให้ความสำคัญกับการตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับความตกลงปารีส และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 การเรียกร้องให้บริษัทมีธรรมาภิบาลด้านสภาพภูมิอากาศ โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการรับผิดชอบต่อความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามคำแนะนำของ Task Force on Climate-related Financial Disclosures (TCFD) เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน
การประเมินของ Climate Action 100+ ครอบคลุมเกือบ 170 บริษัท มีหัวข้อย่อยในการประเมินทั้งหมด 11 หัวข้อ โดยสามารถตรวจสอบผลการดำเนินงานได้ว่า เรื่องใดผ่านเกณฑ์ทั้งหมด ผ่านเกณฑ์บางส่วน หรือยังไม่ผ่านเกณฑ์ รวมถึงความเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวอย่างบริษัทที่ได้รับการประเมินโดยแพลตฟอร์มนี้ ได้แก่ Chevron Corp., Colgate-Palmolive Co., PTT Public Co., Ltd., The Boeing Co., และ The Procter and Gamble Co.
Climate Action 100+: climateaction100.org
Climate and Energy Benchmark – Electric Utilities Benchmark

Climate and Energy Benchmark – Electric Utilities Benchmark โดย World Benchmarking Alliance (WBA) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มขององค์กรกว่า 390 แห่งทั่วโลกที่มีเป้าหมายร่วมกันด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยทำการประเมินและจัดอันดับบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีอิทธิพลสูงสุดของโลก เกณฑ์การเปรียบเทียบนี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2020 ซึ่งใช้ ACT หรือ Assessing Low Carbon Transition เป็นเครื่องมือหลักในการวิเคราะห์ทั้งแผนงานเป้าหมาย การลงทุน และประสิทธิภาพด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยังมีตัวชี้วัดทางสังคมและการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยุติธรรม (Just Energy Transition) รวมอยู่ด้วย โดยแบ่งสัดส่วนออกเป็น 60%, 20% และ 20% ตามลำดับ เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรเหล่านี้จะคำนึงถึงทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม แรงงาน และชุมชน จากนั้นจึงนำมาจัดลำดับคะแนนของทั้ง 68 บริษัท จากคะแนนเต็ม 100
ในปี 2023 องค์กรที่มีคะแนนเป็นอันดับ 1 ในด้านความก้าวหน้าภายใต้เครื่องมือการวัดนี้ ได้แก่ Ørsted บริษัทผลิตพลังงานไฟฟ้าจากลมของเดนมาร์ก ตามด้วย Energias de Portugal ของโปรตุเกส, Enel ของอิตาลี, Électricité de France ของฝรั่งเศส และ SSE ของสหราชอาณาจักร
Climate and Energy Benchmark – Electric Utilities Benchmark: worldbenchmarkingalliance.org
Climate Action Tracker

Climate Action Tracker (CAT) เป็นแพลตฟอร์มที่ดำเนินการโดยสองหน่วยงานวิจัยอย่าง Climate Analytics และ NewClimate Institute เน้นติดตามการดำเนินมาตรการเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของรัฐบาล และการวัดระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบกับเป้าหมายความตกลงปารีสในการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และจำกัดการเพิ่มขึ้นไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส
แพลตฟอร์มที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2009 ผ่านการได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางเยอรมนี ปัจจุบันติดตามความก้าวหน้าทั้งหมด 34 ประเทศ ครอบคลุม 85% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก และประมาณ 70% ของประชากรทั้งหมด
เครื่องมือที่ใช้เรียกว่า MAGICC climate model หรือ Model for Assessment of Greenhouse-gas Induced Climate Change ร่วมด้วยการพัฒนาการวิเคราะห์ในแต่ละภาคส่วนมาประกอบ เพื่อระบุถึงสิ่งที่ต้องทำเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
จุดเด่นของ CAT คือการที่สามารถเลือกดูข้อมูลรายประเทศ มีการสรุปภาพรวมและการลงรายละเอียดเรื่องนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย มีการให้เรตติ้ง 5 ระดับ ได้แก่ Critically Insufficient, Highly Insufficient, Insufficient, Almost Sufficient และ 1.5°C Paris Agreement Compatible และยังสามารถวิเคราะห์แยกแต่ละภาคส่วน ทั้งภาคพลังงาน การขนส่ง อุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมก่อสร้างได้อีกด้วย
ปัจจุบัน ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในระดับ Critically Insufficient ซึ่งหมายถึงกลุ่มประเทศที่นโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปฏิบัติตามนโยบายสะท้อนให้เห็นการดำเนินการที่น้อยมากไปจนถึงไม่ได้ทำเลย รวมถึงไม่สอดคล้องกับความตกลงปารีส
Climate Action Tracker: climateactiontracker.org
Financial Institutions Net Zero Tracker

แพลตฟอร์มติดตามความก้าวหน้าด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก World Resources Institute (WRI) ที่เจาะกลุ่มสถาบันการเงินโดยเฉพาะ เพราะเล็งเห็นว่าสถาบันการเงินเป็นตัวแปรสำคัญที่มีส่วนในการให้เงินทุนสนับสนุนองค์กรที่พัฒนาเทคโนโลยีและมีแนวทางการทำงานอันนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
Financial Institutions Net Zero Tracker เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2024 โดยติดตามและวิเคราะห์การทำงานของสถาบันการเงิน 25 ราย ใน 10 ประเทศ รวมถึงธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ อย่าง JP Morgan Chase, Wells Fargo, Citigroup, Bank of America, Goldman Sachs, Morgan Stanley และธนาคารข้ามชาติอย่าง HSBC, Barclays, และ ICBC
แม้ว่าองค์กรที่อยู่ในการตรวจสอบของ WRI อาจมีจำนวนน้อยกว่าแพลตฟอร์มอื่น แต่จุดแข็งอยู่ที่การวิเคราะห์โดยละเอียดเพื่อให้เห็นภาพว่า สถาบันการเงินรายใหญ่หลายแห่งมีการจัดการในด้านการเปลี่ยนผ่านเรื่องนี้อย่างไร
เกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาการทำงานของธนาคารต่างๆ มี 4 เกณฑ์ ได้แก่ 1) ความโปร่งใสและความมุ่งมั่น โดยประเมินเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของธนาคารเมื่อเทียบกับแนวทางการลดคาร์บอนที่จำเป็นต้องดำเนินการ, 2) การดำเนินการ จะพิจารณาวิธีที่ธนาคารต่างๆ ใช้ประโยชน์จากการจัดหาเงินทุนและการมีส่วนร่วม เพื่อขับเคลื่อนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้เกิดขึ้นจริง, 3) การประเมินความน่าเชื่อถือ จะตรวจสอบความมุ่งมั่นของธนาคาร โดยพิจารณาจากธรรมาภิบาล การผนวกเป้าหมาย Net Zero เข้าไปในการดำเนินงาน และการนับคาร์บอนเครดิตรวมเข้ากับยอดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของพอร์ตสินเชื่อ และ 4) ทุนทางธรรมชาติและความเสมอภาค โดยตรวจสอบว่าธนาคารต่างๆ ได้ผนวกรวมประเด็นเรื่องธรรมชาติและการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมเข้าไปในพันธกิจของธนาคารหรือไม่
Financial Institutions Net Zero Tracker: wri.org
Climate Change Laws of the World

Climate Change Laws of the World เปิดตัวตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2016 ดำเนินการโดย Grantham Research Institute, London School of Economics, และ Sabin Center (Columbia Law School) เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมฐานข้อมูลสาธารณะด้านกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งกฎหมายที่บังคับใช้ในระดับประเทศและนโยบายที่ส่งผลในระดับนานาชาติ แพลตฟอร์มใช้เครื่องมือการประมวลผลที่พัฒนาโดย Climate Policy Radar
ปัจจุบัน แพลตฟอร์มนี้รวบรวมฐานข้อมูลสาธารณะด้านกฎหมายจากสหภาพยุโรปและอีก 196 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ครอบคลุมกรอบการทำงานด้านกฎหมายและเป้าหมายที่ทุกประเทศวางไว้
ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งในรูปแบบของรายละเอียดข้อกฎหมาย การค้นหาข้อกฎหมายที่ตรงกันระหว่างประเทศต่างๆ และการให้บริการแปลข้อความจากภาษาอื่นๆ เป็นภาษาอังกฤษโดยอัตโนมัติ พร้อมให้ข้อมูลภาพรวมทางภูมิศาสตร์และข้อมูลเชิงลึกของแต่ละประเทศประกอบการวิเคราะห์สถานการณ์
วัตถุประสงค์ของการทำฐานข้อมูลนี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถค้นคว้าเรื่องนี้ในเชิงกฎหมาย กระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วม และนำไปสู่การเปรียบเทียบและการตรวจสอบความก้าวหน้าของแต่ละประเทศ
Climate Change Laws of the World: climate-laws.org
ChatNetZero

ครั้งแรกของโลกที่มีแชตบอตตรวจสอบเรื่อง Net Zero โดยเฉพาะ ChatNetZero พัฒนาโดย Data-Driven EnviroLab, Arboretica และ Net Zero Tracker ดำเนินการด้วยเงินสนับสนุนจาก IKEA Foundation แพลตฟอร์มนี้เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน ปี 2023
การสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลทำในรูปแบบของการถาม-ตอบผ่านแชตบอต ทั้งยังให้น้ำหนักเรื่องความถูกต้องและเป็นกลาง ต่างจากการสืบค้นเรื่องนี้ผ่านแชตบอตที่ไม่ได้พัฒนาเพื่อใช้กับประเด็นนี้โดยตรง ChatNetZero แก้ไขข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้ Generative AI รายอื่นที่ไม่ได้จำกัดข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือมาใช้ในการประมวลผล และป้องกันการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริง หรือที่ ChatNetZero มองว่าเป็น ‘ภาพลวงตา’ เพราะ AI มีแนวโน้มที่จะเสนอข้อมูลที่อ่านแล้วดูน่าเชื่อถือ มากกว่าเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด
ดังนั้น จุดแข็งของ ChatNetZero จึงอยู่ที่การพัฒนาอัลกอริทึมให้อิงตามรายงานที่น่าเชื่อถือและข้อมูลที่ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Net Zero Tracker และลดการให้ข้อมูลที่ไม่เป็นจริง
ChatNetZero: chatnetzero.ai
Net Zero Tracker

ครั้งแรกของประเทศไทยที่มีแพลตฟอร์มที่เป็นตัวชี้วัดความก้าวหน้าการเปลี่ยนผ่านของบริษัทพลังงาน จัดทำโดยบริษัท ป่าสาละ จำกัด
Net Zero Tracker ติดตามการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทสูงสุดในระบบการจัดการพลังงานของประเทศ และบริษัทพลังงานที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 10 แห่ง ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT), บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF), บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (RATCH), บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (EGCO), บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP), บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU), บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM), บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) และ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKP)
Net Zero Tracker ประเมินบริษัทพลังงานไทยด้วย 4 หัวข้อหลัก คือ การกำหนดเป้าหมาย การกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูล ผลการดำเนินการ และการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม แต่ละหัวข้อมีเกณฑ์การประเมิน 10 ข้อย่อย ข้อย่อยละ 1 คะแนน คะแนนเต็มทั้งหมดจึงเท่ากับ 40 คะแนน
นอกจากติดตามการดำเนินงานด้านนี้ Net Zero Tracker ยังมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อทั้งภาครัฐ เพื่อให้ผู้ที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายสามารถนำไปประกอบการตัดสินใจ และกำหนดนโยบายที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้