ระเบียบวิธีวิจัย
1. ขอบเขตการประเมิน
ป่าสาละ คัดเลือกรัฐวิสาหกิจและบริษัทพลังงาน 10 แห่ง ที่ใหญ่ที่สุดในไทย โดยพิจารณาจากรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทสูงสุดในระบบการจัดการพลังงานของประเทศ และบริษัทพลังงานที่มีมูลค่าตลาด (market capitalization) สูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ณ วันที่ 28 เมษายน 2568 โดยจากเกณฑ์ดังกล่าว องค์กรและบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 10 แห่ง มีรายนามดังต่อไปนี้
1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT)
2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT)
3. บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF)
4. บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (RATCH)
5. บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (EGCO)
6. บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP)
7. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU)
8. บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM)
9. บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC)
10. บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKP)
หมายเหตุ : พิจารณาเฉพาะบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนกลุ่มบริษัทในเครือ ปตท. เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงสุดของกลุ่ม สำหรับบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ ที่อยู่ในเครือ ปตท. ได้แก่ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) จะไม่นำมาพิจารณาในงานวิจัยนี้เป็นกรณีต่างหาก เนื่องจากบริษัทเหล่านี้จำต้องดำเนินตามนโยบายของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทแม่อยู่แล้ว
2. ข้อมูลที่ใช้ในการประเมิน
ข้อมูลที่ใช้ในการประเมิน ได้แก่ เอกสารนโยบายที่บริษัทพลังงานเปิดเผยต่อสาธารณะ ได้แก่ แบบ 56-1 One Report รายงานประจำปี รายงานความยั่งยืน รายงานความรับผิดชอบต่อสังคม ข้อมูลหรือเอกสารบนเว็บไซต์ แถลงการณ์สาธารณะ และจดหมายข่าว (อายุไม่เกิน 1 ปี ระหว่าง 30 มิถุนายน 2567 – 30 มิถุนายน 2568)
3. ระเบียบวิธีที่ใช้พัฒนาเกณฑ์การประเมิน
3.1 Climate Action 100+
เข้าถึงได้ที่ Climate Action 100+ Signatory Handbook June 2023
Climate Action 100+ ริเริ่มโดยเครือข่ายนักลงทุน 5 แห่ง ได้แก่ Asia Investor Group of Climate Change (AIGCC), Ceres, Investor Group on Climate Change (IGCC), Institutional Investors Group on Climate Change (IIGCC), และ Principles for Responsible Investment (PRI) ภายใต้การสนับสนุนของคณะกรรมการกำกับดูแลระดับโลก (Global Steering Committee) โดยมีเป้าหมายในการผลักดันให้บริษัทที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ของโลกดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อบรรเทาความเสี่ยงทางการเงินและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาวให้สูงสุด
เกณฑ์การประเมินของ Climate Action 100+ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้บริษัทตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับความตกลงปารีส และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 การเรียกร้องให้บริษัทมีธรรมาภิบาลด้านสภาพภูมิอากาศ โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการรับผิดชอบต่อความความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการส่งเสริมให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามคำแนะนำของ Task Force on Climate-related Financial Disclosures (TCFD) เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน
3.2 Climate and Energy Benchmark (Electric Utilities)
เข้าถึงได้ที่ Electric Utilities Benchmark
World Benchmarking Alliance (WBA) เป็นองค์กรที่มุ่งผลักดันให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการจัดทำและเผยแพร่เกณฑ์เปรียบเทียบ (benchmarks) ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน
WBA จัดทำเกณฑ์เปรียบเทียบ Climate and Energy Benchmark สำหรับบริษัทในภาคสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านไฟฟ้า โดยพัฒนาองค์ประกอบของเกณฑ์เปรียบเทียบด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานจากกรอบการประเมินของ Accelerate Climate Transition (ACT Initiative) ซึ่งให้ความสำคัญกับความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านของบริษัทพลังงานเปรียบเทียบกับเส้นทางลดคาร์บอนขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 (Net Zero Emissions by 2050 Scenario, “NZE Scenario”) หรือเส้นทางลดคาร์บอนตามมาตรฐานสากล (IEA NZE) นอกจากนี้ เกณฑ์เปรียบเทียบของ WBA ยังให้ความสำคัญกับมิติด้านสังคมและการเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม (just transition) ซึ่งให้ความสำคัญกับประเด็นสิทธิมนุษยชน ความยุติธรรมต่อแรงงาน ชุมชน รวมถึงกระบวนการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านพลังงานด้วย
3.3 Climate Alignment Assessment
เข้าถึงได้ที่ Carbon Tracker Methodologies for Climate Action 100+
Carbon Tracker Initiative (CTI) เป็นความริเริ่มขององค์กรวิจัยอิสระไม่แสวงหากำไร มีบทบาทในการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และได้พัฒนากรอบการประเมิน Climate Alignment Assessment เพื่อประเมินความสอดคล้องในการดำเนินงานของบริษัทน้ำมันและก๊าซเทียบกับกับเป้าหมายตามความตกลงปารีส
กรอบการประเมินดังกล่าวให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างการจัดสรรงบลงทุนของบริษัทกับเส้นทางการลดคาร์บอนเท่ยบกับเป้าหมายตามความตกลงปารีส การประเมินความสอดคล้องของโครงการต้นน้ำที่ได้รับอนุมัติใหม่เทียบกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ การประเมินแผนการผลิตน้ำมันและก๊าซในอนาคตกับขีดจำกัดงบประมาณคาร์บอน (carbon budget) รวมถึงการพิจารณาระบบแรงจูงใจในโครงสร้างค่าตอบแทนของผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ
3.4 Climate Policy Engagement Alignment Assessments
เข้าถึงได้ที่ InfluenceMap’s Climate Policy Engagement Alignment Assessments: Methodology
InfluenceMap เป็นองค์กรวิจัยอิสระที่ไม่แสวงหากำไร ที่ให้บริการข้อมูลแบบ Open-source เกี่ยวกับอิทธิพลของบริษัทต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแก่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ได้จัดทำกรอบการประเมิน Climate Policy Engagement Alignment Assessments ซึ่งให้ความสำคัญกับการประเมินระดับการมีส่วนร่วมของบริษัทในนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการล็อบบี้ และการมีส่วนร่วมในรูปแบบอื่นๆ
กรอบการประเมินของ InfluencMap ครอบคลุมการประเมินระดับและทิศทางของการมีส่วนร่วมของบริษัทในการผลักดันนโยบายสาธารณะหรือนโยบายของสมาคมที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่ ให้สอดคล้องกับความตกลงปารีส การประเมินความครบถ้วนและถูกต้องของการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมดังกล่าวของบริษัท รวมถึงการประเมินกระบวนการของบริษัทในการรายงาน และระบุประเด็นที่ไม่สอดคล้องของการมีส่วนร่วมดังกล่าว กับเป้าหมายตามความตกลงปารีส
3.5 Net Zero Company Benchmark
เข้าถึงได้ที่ Climate Action 100+ Net Zero Benchmark
Rocky Mountain Institute (RMI) เป็นองค์กรอิสระไม่แสวงหาผลกำไรที่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จัดทำเกณฑ์เปรียบเทียบ Net Zero Company Benchmark เพื่อประเมินบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูงต่อเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
เกณฑ์เปรียบเทียบดังกล่าวพัฒนาขึ้นจากกรอบการประเมิน PACTA (Paris Agreement Capital Transition Assessment) ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจว่าบริษัทมีแผนลดคาร์บอนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือไม่ โดยเปรียบเทียบแผนงานของบริษัทใน 5 ปีข้างหน้า กับเส้นทางลดคาร์บอนตามมาตรฐานสากล (IEA NZE) ครอบคลุมการประเมินระดับเทคโนโลยี สำหรับภาคส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ชัดเจน สามารถเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีสะอาดได้ เช่น การวิเคราะห์ว่าบริษัทลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนหรือไม่ และการประเมินระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับอุตสาหกรรมที่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดได้ง่าย แต่สามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ปล่อยคาร์บอนน้อยลงได้ เช่น การวัดว่าบริษัทปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากน้อยเพียงใดต่อการผลิต 1 หน่วยสินค้า/บริการ เปรียบเทียบกับเป้าหมายลดคาร์บอนของอุตสาหกรรม เป็นต้น
3.6 Transition Pathway Initiative’s Methodology
เข้าถึงได้ที่ Transition Pathway Initiative’s Methodology
Transition Pathway Initiative (TPI) เป็นเครือข่ายนักลงทุนที่ต้องการทำความเข้าใจการบริหารจัดการของบริษัทในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ได้จัดทำกรอบการประเมินข้อมูลสาธารณะของบริษัท เพื่อติดตามและเปรียบเทียบบริษัทที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจของนักลงทุน
กรอบการประเมินของ TPI ครอบคลุมการวิเคราะห์คุณภาพการจัดการของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ อาทิ นโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การตั้งเป้าหมายลดคาร์บอน การจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล การใช้ราคาคาร์บอนภายในองค์กร การเปิดเผยข้อมูลตามกรอบความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล และการวิเคราะห์สมรรถนะด้านคาร์บอน โดยเปรียบเทียบแนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทกับเป้าหมายตามความตกลงปารีส
4. เกณฑ์การประเมินพันธกิจรับมือกับภาวะโลกรวน (Net Zero Tracker : NZT)
ป่าสาละ พัฒนาเกณฑ์การประเมินพันธกิจรับมือกับภาวะโลกรวน (“NZT”) โดยอ้างอิงระเบียบวิธีตามที่นำเสนอในหัวข้อที่ 3 มีรายละเอียดดังนี้
4.1 หัวข้อหลักในการประเมิน
เกณฑ์การประเมิน NZT มีหัวข้อหลักในการประเมิน 4 หัวข้อ แต่ละหัวข้อมีเกณฑ์การประเมิน 10 ข้อย่อย ข้อย่อยละ 1 คะแนน (เต็ม 40 คะแนน) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1) การกำหนดเป้าหมาย (target)
เกณฑ์ในหัวข้อนี้พิจารณาการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 2 และ 3 ของบริษัท รวมถึงเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้เห็นแนวทางการดำเนินการของบริษัทที่นำไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ที่สอดคล้องกับความตกลงปารีส นอกจากนี้ ยังรวมถึงการกำหนดเป้าหมายการการเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่สอดคล้องกับฉากทัศน์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 (Net Zero Emissions by 2050 Scenario) ขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการเปลี่ยนผ่านพลังงานด้วย
2) การกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูล (oversight and disclosure)
เกณฑ์ในหัวข้อนี้พิจารณาโครงสร้างการกำกับดูแลและการกำหนดความรับผิดชอบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับคณะกรรมการของบริษัท ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงระบบแรงจูงใจในระดับผู้บริหาร เพื่อให้เกิดการดำเนินการที่นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และหรือยกเลิกการขยายกำลังการผลิตพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงฟอสซิล ตามเป้าหมายหรือแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่บริษัทกำหนดไว้ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งต้องจัดทำขึ้นตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะ
3) ผลการดำเนินการ (performance)
เกณฑ์ในหัวข้อนี้พิจารณาผลการดำเนินงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทในปัจจุบันเทียบกับปีที่ผ่านมา เพื่อแสดงให้เห็นพัฒนาการในการดำเนินการ รวมถึงคาดหวังการเปิดเผยแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทที่มีรายละเอียดและเป้าหมายชัดเจน ครอบคลุมทั้งการชดเชยคาร์บอน การใช้เทคโนโลยีการปล่อยมลพิษเป็นลบสุทธิ แผนยุติการใช้หรือการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีการปล่อยคาร์บอนเข้มข้น รวมถึงแผนการลงทุนในอนาคตที่ต้องสอดคล้องกับเป้าหมายลดคาร์บอนและความตกลงปารีส
4) การเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม (just transition)
เกณฑ์ในหัวข้อนี้พิจารณานโยบายและแนวปฏิบัติของบริษัทที่สอดคล้องกับหลักการการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ยุติธรรม (just energy transition) ซึ่งให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGPs) การจัดทำแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อป้องกันผลกระทบทางลบที่อาจเกิดขึ้นกับกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะแรงงานในอุตสาหกรรม และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังรวมถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะมีส่วนร่วมในการผลักดันเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่อยู่นอกเหนือจากการดำเนินงานของบริษัทเอง อาทิ การสนับสนุนนโยบาย ข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือกฎหมายในประเทศที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาภาวะโลกรวน การไม่คัดค้านนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศที่สำคัญใดๆ และหรือสนับสนุนนโยบายที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการให้คำมั่นว่าจะผลักดันกิจกรรมที่สอดคล้องกับความตกลงปารีสภายในสมาคมการค้าที่บริษัทเป็นสมาชิก
ดาวน์โหลดระเบียบวิธีวิจัยฉบับเต็มที่ ระเบียบวิธีวิจัยการประเมินพันธกิจรับมือกับภาวะโลกรวน (Net Zero Tracker : NZT)