เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมานานเกือบ 20 ปี สำหรับ Germanwatch องค์กรประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ที่จะเผยแพร่รายงาน Climate Risk Index หรือ CRI ในแต่ละปี เพื่อนำเสนอดัชนีวิเคราะห์และจัดอันดับประเทศต่างๆ จากผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งพายุ น้ำท่วม ภัยแล้ง และคลื่นความร้อน โดยดัชนีนี้ อันดับยิ่งน้อยเท่าไร จะหมายถึงประเทศยิ่งได้รับผลกระทบรุนแรงและมีความเสี่ยงสูงมากเท่านั้น

รายงานฉบับล่าสุดคือ Climate Risk Index 2026 ที่เผยแพร่เมื่อปลายปี 2025 จัดทำขึ้นโดยใช้ฐานข้อมูลระหว่างประเทศในช่วงเวลา 30 ปี นับตั้งแต่ปี 1995–2024 ครอบคลุมทั้งจำนวนครั้งของภัยพิบัติที่เกิดขึ้น จำนวนผู้เสียชีวิต จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ และความเสียหายทางเศรษฐกิจ

จากรายงานฉบับดังกล่าว พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับ 17 ของโลกเมื่ออิงจากข้อมูลเฉพาะในปี 2024 และอยู่ในอันดับ 22 สำหรับดัชนีระยะยาวที่ใช้ข้อมูลตลอด 20 ปี

แม้ในภาพรวมไทยจะไม่ใช่ประเทศที่วิกฤตที่สุด แต่สิ่งที่ต้องจับตามองคือ ไทยไต่จากอันดับ 69 ในปี 2023 สู่อันดับ 17 ในเวลาเพียง 1 ปี CRI วิเคราะห์อันดับของไทยจากตัวชี้วัดอย่างจำนวนผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับผลกระทบ และความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ซึ่งอันดับที่พุ่งสูงขึ้นนี้สะท้อนสอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลก นั่นคือ ภาวะโลกรวนกำลังทำให้เหตุการณ์ที่เคย ‘รุนแรงผิดปกติ’ กลายเป็น ‘ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นเป็นประจำ’

และหากเจาะเฉพาะทวีปเอเชีย โดยพิจารณาข้อมูลเฉพาะในปี 2024 จะพบว่า 5 ประเทศในเอเชียที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ เนปาล ฟิลิปปินส์ เมียนมา เวียดนาม และบังกลาเทศ ตามลำดับ แต่ไทยเองก็ยังจัดอยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงสูง เพราะตามมาอยู่ในลำดับที่ 8 ของเอเชีย

เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบสูงสุดเหล่านี้ล้วนจัดอยู่ในกลุ่ม Global South ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง ‘ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง’ ในการแบกรับผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศอย่างเด่นชัด เนื่องจากประเทศเหล่านี้ไม่ใช่ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายหลักของโลก แต่กลับต้องกลายเป็นผู้รับมือกับความสูญเสียและข้อจำกัดในการฟื้นฟูเยียวยาที่รุนแรงที่สุด

ในบริบทของประเทศไทย ตัวเลขจากรายงาน Climate Risk Index 2026 บ่งชี้ว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่จัดอยู่ในพื้นที่ climate hotspot หรือพื้นที่ที่มีความเปราะบางอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ระบบสาธารณสุข ความมั่นคงทางอาหาร หรือเศรษฐกิจ

และถึงแม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นผู้ปล่อยมลพิษอันดับต้นๆ ของโลก แต่การร่วมรับผิดชอบและปรับตัวเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของภาคธุรกิจภายในประเทศก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หนึ่งในเครื่องมือที่จะให้ข้อมูลด้านนี้ได้คือ Net Zero Tracker เครื่องมือที่พัฒนาโดย ‘ป่าสาละ’ เพื่อใช้ติดตามและประเมินความโปร่งใสของนโยบายลดก๊าซเรือนกระจกในกลุ่มทุนพลังงานขนาดใหญ่ เนื่องจากกิจกรรมของธุรกิจเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชั้นบรรยากาศ และเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดว่า ประเทศไทยจะรอดหรือร่วงในวิกฤตสภาพภูมิอากาศครั้งนี้

ร่วมตรวจสอบและติดตาม ‘ความจริงจัง’ ของนโยบายบริษัทพลังงานผ่าน Net Zero Tracker ได้ที่นี่